การประกันตัวผู้ต้องหา

ในกรณีที่ท่านต้องการประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในชั้นสอบสวน
ท่านควรมีหลักฐานต่างๆ ดังต่อไปนี้ติดตัวไปด้วย คือ
1. บัตรประจำตัวประชาชน
2. หลักทรัพย์ที่จะใช้เป็นหลักประกัน ได้แก่

2.1 เงินสด (เงินตราของรัฐบาลไทยเท่านั้น)

2.2 โฉนดที่ดินซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาแล้วหรือพนักงานสอบสวนเชื่อว่าที่ดินมีราคาไม่น้อย
กว่าสองเท่าของ จำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน
2.3 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก ) ซึ่ง เจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาแล้ว หรือพนักงานสอบสวน

เชื่อว่าที่ดินมีราคาไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนเงินที่ไว้ใน สัญญาประกัน

2.4 พันธบัตรรัฐบาล

2.5 สลากออมสินและสมุดฝากเงินธนาคารประเภทประจำ

2.6 ใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร

2.7 ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่าย และธนาคารผู้จ่าย ได้รับรองตลอดไปแล้ว

2.8 ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่าย และธนาคารผู้จ่าย ได้รับรองตลอดไปแล้ว

2.9 เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายหรือรับรอง

2.10 หนังสือรับรองของธนาคาร เพื่อชำระเบี้ยปรับแทนใน กรณีที่ผิดสัญญาประกัน
3. ในกรณีที่ผู้ยื่นขอประกันมีครอบครัวแล้วจะต้องทำหนังสือแสดง การอนุญาตจากสามีหรือภรรยาแล้ว
แต่กรณีไปด้วย

วิธีการปฏิบัติ
1. ให้ผู้ที่จะมาขอประกันตัวผู้ต้องหา พบและยื่นคำร้องต่อพนักงานสอบสวนที่จะปฎิบัติหน้าที่อยู่ไม่ว่าจะเป็น
เจ้าของคดีหรือไม่ก็ตาม2. หากไม่อาจเขียนคำร้องประกันได้เอง ให้ร้องขอต่อพนักงานสอบสวนเพื่อสั่งเจ้าหน้าที่ ช่วยเขียนคำร้องให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
3. เมื่อพนักงานสอบสวนรับคำร้องแล้ว ให้ขอหลักฐานการรับสัญญาประกันซึ่ง ต้องลงเวลารับคำร้องไว้ด้วย
4. เจ้าพนักงานจะพิจารณา แจ้งผลการสั่งคำร้องให้เสร็จภายใน 24ชั่วโมง นับแต่ เวลาที่รับคำร้อง
5. หากไม่ได้รับความสะดวกหรือล่าช้า ให้รีบเข้าพบแจ้งต่อสารวัตรหรือสารวัตร หัวหน้างานคนใด
คนหนึ่งทราบทันที
6. ในการยื่นและขอประกันตัวผู้ต้องหานี้ เป็นดุลยพินิจของเจ้าพนักงานตำรวจที่ จะให้ประกันหรือไม่ให้ประกัน
ก็ได้โดยจะพิจารณาถึง
6.1 ความหนักเบาแห่งข้อหา

6.2 พยานหลักฐานที่สอบสวนไปแล้วมีเพียงใด

6.3 พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างใด

6.4 เชื่อถือผู้ร้องขอประกันได้เพียงใด

6.5 ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใด หรือไม่ ผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีหรือไม่
7. หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวไปได้ก็จะนำ สัญญาประกันและผู้ยื่นประกันลง
บันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
8. หากเจ้าพนักงานตำรวจไม่อนุญาตให้ประกัน อันสืบเนื่องจากเหตุใน
ข้อ 6 ก็จะแจ้งให้นายประกันทราบและคืนหลักทรัพย์ไป